เป็นโรคเลือดออกง่ายจะรับประทาน
Fish Oil ได้หรือไม่
Garlic Oil จะช่วยเสริมสร้างการ
ทำงานของหัวใจได้อย่างไ
ผลิตภัณฑ์ชนิดใดที่เหมาะสม
กับหญิงตั้งครรภ์
รับประทานอาหารเสริมต่อเนื่อง
นาน ๆ จะมีอันตรายหรือไม่
ปัญหาการรับประทานยาเม็ดลำบาก (แคปซูลนิ่มที่เป็นเม็ดใหญ่)
ผลข้างเคียงของการรับประทาน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพร้อมกัน
มีโอกาสแพ้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
หรือไม่
ขณะรับประทานยาต้องหยุด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่
รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
จะช่วยให้หายขาดจากโรคหรือไม่
การระบุุคำเตืื่อน "เด็กและสตรี
มีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"
วิธีการและขนาดรับประทาน
ที่แพทย์แนะนำ
ส่วนประกอบของวิตามินอี
หรือโคเอ็นไซม์คิวเท็น
ชาเขียวสกัดแบบแคปซูล
และแบบชง
 
ไขข้อข้องใจเรื่องอาหารเสริมกับเภสัชกร โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์จากศูนย์ข้อมูลวิตามินและอาหารเสริม Natural Care


พอดีดิฉันมีญาติที่เป็นโรคประจำตัว คือโรคเลือดออกง่าย ( Hemophilia ) จะสามารถรับประทาน Fish Oil เพื่อส่งผลให้ ข้อ ดีขึ้นได้หรือไม่ จะมีผลต่อเกร็ดเลือดหรือไม่ อย่างไร และควรทานวิตามิน C วันละกี่มิลลิกรัม เพื่อให้เส้นเลือดแข็งแรงขึ้น
ผู้ถาม: คุณสุนันท์ รุ่งเรืองนภารัชต์

ตอบโดย :
ภญ.ณัฏฐ์จิตรา ตรีพงษ์ชัย

1. เนื่องจาก Fish Oil มีคุณสมบัติในการลดการจับตัวของเกร็ดเลือด ดังนั้นในกรณีที่เป็นโรคเลือดออกง่าย( Hemophilia ) ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน Fish Oil 2. หากต้องการให้เส้นเลือดแข็งแรง ควรรับประทานวิตามิน C ให้ได้วันละ 1000 มิลลิกรัม ควบคู่ไปกับ วิตามิน E ซึ่งควรรับประทานในปริมาณวันละ 400 IU การรับประทานวิตามินต่างๆนั้นจะไม่มีสารที่จะเข้าไปสะสมในร่างกายที่ก่อให้เกิดอันตราย ทำให้สามารถรับประทานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด


ดิฉันทราบมาว่าการรับประทาน Garlic Oil จะช่วยเสริมการทำงานของหัวใจได้ แต่อยากทราบว่า garlic Oil จะสามารถช่วยเสริมการทำงานของหัวใจได้อย่างไรค่ะ
ผู้ถาม :คุณสุภาภรณ์ ศิรฺรัตน์

ตอบโดย : ภญ.ณัฏฐ์จิตรา ตรีพงษ์ชัย

Garlic Oil ช่วยลดระดับไขมันชนิดร้ายในเลือดคือ โคเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ในระยะเริ่มต้น
ช่วยลดภาวะเลือดเกาะตัวกันเป็นลิ่มได้ถึง58%
ช่วยลดความความดันโลหิตสูงแนะนำให้รับประทาน Garlic Oil ประมาณ 2-5 มิลลิกรัมต่อวัน
หรือประมาณ 3-8 แคปซูล ต่อวันโดยอาจจะแบ่งรับประทานพร้อมหรือหลังอาหาร มื้อละ 2-3 เม็ด

ดิฉันทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาตลอด พอถึงช่วงตั้งครรภ์ อยากทราบว่าจะทานต่อไปได้ไหมคะและ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดที่เหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์
ผู้ถาม : คุณธีรณี เนตรโรจน์



ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

การตั้งครรภ์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับสารอาหารเสริม แต่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ค่ะ สารอาหาร ที่มีความจำเป็นต่อภาวะการตั้งครรภ์มีดังต่อไปนี้ค่ะ

โฟลิก เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการคลอดบุตร ลดการเกิดความพิการทางสมองของเด็กและยังช่วยป้องกัน ภาวะซึมเศร้าระหว่างการตั้งครรภ์

น้ำมันปลา สามารถช่วยเสริมภาวะการให้นมบุตรและช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนด นอกจากนั้น DHA ในน้ำมันปลายังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมองให้กับทารกในครรภ์ด้วย

แคลเซียม สามารถช่วยป้องกันภาวะความดันสูงในระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด ช่วยสร้างกระดูก และฟันของทารกและป้องกันโรคกระดูกพรุนในแม่

วิตามินซี ช่วยให้แผลหายเร็ว ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สร้างกระดูกและฟันและช่วยในการเผาผลาญอาหาร

วิตามิน บี6 สามารถช่วยเสริมภาวะการให้นมบุตรและช่วยกันภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์

ไบโอติน ช่วยเสริมภาวะการตั้งครรภ์ให้ดีขึ้น

สังกะสี ช่วยเสริมภาวะการคลอดบุตร

เหล็ก ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดแดงสำหรับคุณแม่และป้องกันโรคโลหิตจาง

ดังนั้น คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และเสริมสารอาหารบางประเภทที่ได้รับจากการทานอาหารไม่เพียงพอ เพื่อให้คุณแม่และทารกในครรภ์มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ

การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่อเนื่องนานๆจะมีอันตรายต่อร่างกายหรือไม่คะ ผู้ถาม : คุณจินดาภรณ์ ชนพอง


ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใดค่ะ หากคุณไม่เคยมีประวัติการแพ้สารอาหารชนิดนั้นๆ เพราะผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารก็เป็นรูปแบบหนึ่งของอาหารที่ได้ผ่านการสกัดให้ได้คุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงแต่ ผลิตให้ออกมาอยู่ในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลเพื่อความสะดวกในการรับประทาน พกพา และให้สอดคล้องกับการ ดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่

หากในวันหนึ่งๆคุณต้องรับประทานอาหารให้ครบเพื่อเสริมสร้างพลังงานและให้ ประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารเสริมก็เช่นเดียวกันค่ะ ดังนั้นหากคุณไม่แน่ใจว่าในวันหนึ่งๆ คุณดูแลสุขภาพของ ตนเองได้ดีเพียงพอตามหลักสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อชดเชยหรือเสริมสร้าง ในสิ่งที่คุณขาดไปอย่างต่อเนื่องจึงน่าจะเป็นผลดีต่อร่างกายของคุณในระยะยาว

แต่มีข้อยกเว้นนะคะว่าคุณต้องเลือก รับประทานอาหารเสริมจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตที่ดีโดยเฉพาะมาตรฐานจีเอ็มพียา ซึ่งจะทำให้มั่นใจว่า อาหารเสริมที่คุณรับประทานปลอดภัยจากสารปนเปื้อน มีชนิดและปริมาณของสารสำคัญตรงตามที่แจ้งในฉลาก

มิเช่นนั้นการรับประทานต่อเนื่องของคุณแทนที่จะเป็นประโยชน์อาจจะเป็นโทษทำให้คุณสะสมสารพิษในร่างกาย โดยไม่รู้ตัวค่ะ

ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานเม็ดแคปซูลนิ่มที่เป็นเม็ดใหญ่เพราะดิฉันเป็นคนที่รับประทานยาค่อน ข้างยาก จะสามารถให้คำแนะนำดิฉันได้อย่างไรบ้างคะ

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

จริงๆแล้วการที่หลายคนมีความลำบากในการรับประทานยาเม็ดนั้น แนะนำว่าให้คุณนำเม็ดแคปซูลใส่ปาก ตามปกติ จากนั้นดื่มน้ำตามและกลืนยาตามปกติเหมือนกับกลืนน้ำโดยกลืนทุกสิ่งไปพร้อมกับน้ำโดยทันที อย่าอม น้ำไว้ในปากเพราะจะทำให้คุณกลืนยาไม่ลง และถ้าเป็นแคปซูลนิ่มยิ่งกลืนง่ายแม้มีขนาดใหญ่ก็ตาม เพราะแคปซูล นิ่มนั้นมีผิวที่ลื่น หากยังรู้สึกว่ากลืนยากให้จุ่มน้ำเสียก่อนเพื่อให้เกิดความลื่นมากขึ้น ยิ่งทำให้กลืนได้ สะดวกมากขึ้น อีก แต่อย่าจุ่มน้ำนานเกินไปนะคะเพราะว่าจะทำให้เปลือกแคปซูลละลายแตกออกและทำให้สารสำคัญภายในไหล ออกมาทำให้ยาเม็ดนั้นเสียไป

พึงทราบไว้ด้วยการกลืนเป็นระบบของร่างกายไม่ว่าคุณจะแหงนคอมากขนาดไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้กลืนง่ายมากขึ้น สำหรับเรื่องขนาดของตัวแคปซูลที่มีขนาดใหญ่มากนั้นก็เพราะว่าปริมาณสารสำคัญ นั้นมีมาก จึงต้องใช้เม็ดแคปซูลขนาดใหญ่ ดังนั้นขนาดของแคปซูลจึงขึ้นอยู่กับปริมาณของสารสำคัญที่บรรจุ อยู่ภายในค่ะ

ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่หลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดจะมีประโยชน์แตกต่างกันหรือเหมือนกันบ้าง หากต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้พร้อมๆกัน จะทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อ ร่างกายหรือไม่ อย่างไร

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือสารอาหารอย่างหนึ่งที่สกัดได้จากวัตถุดิบธรรมชาติในปริมาณที่เข้มข้นสามารถ รับประทานได้โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายๆชนิดพร้อมกัน ควรมีการ พิจารณาว่า สารสำคัญที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นๆ ให้ประโยชน์เหมือนกันหรือไม่ เป็นสารชนิดเดียวกันหรือ แตกต่างกัน มีปริมาณมากน้อยเพียงไร

เพื่อเป็นการป้องกันการซ้ำซ้อนในการรับประทานและการที่จะได้ รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้มีคุณค่ามากที่สุด เราต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในวิธีการรับประทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นด้วย

การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีโอกาสแพ้หรือไม่

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ในความเป็นจริงแล้ว “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” ก็คือสารอาหารอย่างหนึ่งซึ่งสกัดจากวัตถุดิบที่มีอยู่ตาม ธรรมชาติในปริมาณที่เข้มข้น แล้วนำมาบรรจุในรูปแคปซูลนิ่ม ใช้รับประทานเพื่อเสริมหรือชดเชยสารอาหาร สำคัญบางอย่างที่ร่างกายขาดไปหรือร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยรวม จึงน่าจะเป็นผลดีต่อร่างกายในระยะยาว แต่การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีอาการแพ้อาหารบางชนิดก็อาจส่งผลให้เกิด การแพ้สารอาหารที่อยู่ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นหากทราบว่าตนเองแพ้สารอาหารชนิด ใด ก็ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารอาหารชนิดนั้นๆ ประกอบอยู่ เช่น ถ้าแพ้อาหารทะเลก็ควร หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำมันปลา หรือสารไคโตซานที่สกัดได้จากเปลือกของสัตว์ทะเล เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดก็อาจก่อให้เกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ หรืออาการข้างเคียงที่ไม่ใช่อาการแพ้เกิดขึ้นได้ คำว่าอาการอันไม่พึงประสงค์ในที่นี้หมายถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น กับร่างกายในช่วงระยะแรกๆและจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อร่างกายปรับตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังตัวอย่างเช่นใน ระยะแรกเริ่มของการรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยหรือโสม อาจพบว่ามีอาการวิงเวียน ปวดศรีษะ หรือเกิด อาการร้อนวูบวาบ เนื่องจากสารสำคัญในใบแปะก๊วยหรือโสม กำลังทำหน้าที่ปรับระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ให้ทำงานสะดวกขึ้น จึงอาจทำให้ระดับความดันเลือดแปรปรวนไปบ้าง

ส่วนบางท่านที่รับประทานน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส แล้วรู้สึกว่าร่างกายอ้วนท้วนขึ้น ทั้งๆที่ในความเป็นจริง น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นเพียงกรดไขมันจำเป็นที่ไม่อิ่มตัว สามารถดูดซึมเปลี่ยนไปเป็นพลังงานได้ร่างกายจึงนำ ไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด และไม่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกายแต่อย่างใด จึงอยากให้ลองพิจารณาหา สาเหตุอื่นๆมาประกอบด้วย เช่น อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาเดียวกันนั้น รับประทานอาหารมากเกินไปและขาดการ ออกกำลังกาย

ดังนั้น ข้อแนะนำสำหรับการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยรวมก็คือศึกษาและทำความเข้าใจ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆให้ดีก่อน ว่ามีข้อจำกัดทางด้านไหนและให้ประโยชน์ต่อร่างกายในด้านใดเพื่อให้ได้ประโยชน์ คุ้มค่าต่อร่างกายโดยแท้จริง

ในขณะที่รับประทานยาจะต้องหยุดรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยหรือไม่

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ไม่จำเป็นเพราะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็คืออาหารประเภทหนึ่งที่สกัดมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ การ รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มก็เพื่อให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารครบถ้วนและชดเชยในสิ่งที่ขาดหาย ไป คุณสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารร่วมกับยาได้ เพื่อที่จะเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดูแล รักษาสุขภาพ แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนว่า ยาที่คุณรับประทานมีข้อบ่งใช้หรือข้อจำกัดในการ รับประทานหรือไม่

ในกรณีที่เป็นโรคแล้ว การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะช่วยให้หายขาดจากโรคได้หรือไม่

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ดังที่ได้ทำความเข้าใจในตอนต้นว่า อาหารเสริมก็คือสารอาหารเข้มข้นที่สกัดจากวัตถุดิบในธรรมชาติไม่ใช่ สารสังเคราะห์ทางเคมี เช่น ยารักษาโรค การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังผล ในการรักษาแบบทันท่วง ทีจึงไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง แต่เป็นการหวังผลต่อสุขภาพที่ดีโดยรวมในระยะยาวมากกว่า เมื่อสุขภาพดีขึ้น ความต้านทานโรคก็จะมากขึ้น ย่อมส่งผลให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ

อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยบางชิ้นที่รายงานว่า เมื่อมีอาการไม่สบายแล้วรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดร่วมกับยาที่แพทย์จ่าย ช่วยให้อาการของโรค บรรเทาลงได้มาก เช่น การรับประทานกระเทียมสกัดและวิตามินซี ขนาด 1,000 มก. ติดต่อกันระยะหนึ่งจะช่วย ให้หายจากอาการหวัดได้เร็วขึ้น

เหตุใดบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดจึงระบุคำเตือนว่า “เด็กและสตรมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน” ทั้งๆที่เป็นผลิตภัณฑ์แนะนำสำหรับเด็กหรือสตรีมีครรภ์ เช่น แคลเซียม และดีเอชเอ

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ในความเป็นจริงแล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็คือ อาหารประเภทหนึ่ง ที่อยู่ในรูปสารสกัดเข้มข้นทั้งยังมี ความปลอดภัยสูงเช่นเดียวกับอาหารทั่วไปที่รับประทานกันเพราะสกัดมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ หรือ เลียนแบบ ธรรมชาติ การที่คำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดระบุเช่นนั้น เนื่องจากเป็นข้อบังคับที่สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยากำหนดให้ตีพิมพ์ขึ้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือเด็กและสตรี มีครรภ์ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษ

ดังนั้นหากบุคคลในวัยเด็ก หรือสตรีมีครรภ์ต้องการรับประทาน ก็อาจจะปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งก็ได้

เพราะเหตุในวิธีการและขนาดรับประทานที่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำ จึงไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในฉลาก

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

วิธีการและขนาดรับประทานมระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์นั้น เป็นคำแนะนำขั้นพื้นฐานโดยอ้างอิงจากข้อ กำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันของคนไทย หรือค่า RDA (Recommended Daily Allowances) อันเป็นข้อกำหนดมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งหมายความว่าถ้าร่างกายได้รับสารอาหาร ชนิดนั้นๆต่ำกว่าค่าที่ควรได้รับในแต่ละวันอาจทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารดังกล่าวได้

การแนะนำขนาด รับประทาน โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญนั้นจะเน้นที่การพิจารณาจากสภาพปัญหา เพศและวัยที่เฉพาะเจาะจงใน แต่ละบุคคลเป็นหลัก เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น

ระหว่างการใช้ครีมที่มีส่วนประกอบของวิตามินอี หรือ โคเอ็มไซม์คิวเท็นทาผิวนั้น ให้ความแตกต่างอย่างไร กับการกินอาหารที่มีส่วนประกอบดังกล่าว

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของผิวคนเราว่ามีคุณสมบัติพิเศษเพื่อปกป้องอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย ที่อยู่ภายใน

ดังนั้น ผิวหนังจึงสามารถควบคุมการผ่านเข้าออกของสารจากภายนอกได้ เพื่อให้ความปลอดภัย และเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายโดยรวม ดังนั้นการทาครีมที่มีสารต่างๆผสมอยู่ เช่น CoQ10 หรือ วิตามินอี จะคาดหวังผลในการดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังและเข้าสู่เซลล์ในชั้นหนังแท้ได้ทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่เกิดได้น้อย เว้นแต่ เครื่องสำอางเหล่านั้นใช้เทคโนโลยีในการนำเอาสารสำคัญเข้าสู่ผิวหนังได้ดีนั้น เซลล์ผิวหนังก็จะได้รับสารเหล่า นั้นดีขึ้น เช่นในรูป Actisome หรือ Encapsule เป็นต้น

อย่างไรก็ตามเมื่อทาครีมก็จะได้รับผลโดยตรงในเรื่อง ของความชุ่มชื้น หรือความนุ่มของผิวที่ได้รับจากสารที่ผสมอยู่จึงให้ผลเฉพาะผิวส่วนที่ได้รับการดูแลเท่านั้น
ส่วนการรับประทานนั้นอาศัยกระบวนการย่อยและดูดซึมของกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยมีระบบ ไหลเวียนของโลหิตเป็นตัวนำพาสารสำคัญไปหล่อเลี้ยงยังเซลล์ส่วนต่างๆของร่างกาย จึงมีส่วนในการซ่อมแซม และเสริมสร้างเซลล์ผิวจากภายในที่ต้นเหตุจึงให้ผลดีต่อผิวพรรณและเซลล์ทั่วร่างกาย

การหวังผลจากวิตามินอีและโคเอ็นไซม์คิวเท็น เพื่อการดูแลผิวให้สวยอย่างแท้จริงและยาวนาน จึงควร ใช้วิธีรับประทานควบคู่ไปกับการทาจึงจะได้ประสิทธิผลที่ต้องการและแน่นอนกว่า

ชาเขียวสกัดที่อยู่ในรูปของแคปซูลและชาเขียวแบบชง ให้ประโยชน์แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

ตอบโดย :
เภสัชกรหญิงธนิกานต์ สัตยาวุฒิ

แตกต่างกันเนื่องจาก ชาเขียวสกัดที่อยู่ในรูปของแคปซูลนั้น จะให้ปริมาณสารสำคัญต่างๆ เข้มข้นและ ครบถ้วนอีกทั้งยังสะดวกต่อการรับประทานซึ่งต่างจากชาเขียวในรูปชง เพราะหากต้องการสารสำคัญต่างๆ ที่มีความ เข้มข้นและครบถ้วนในปริมาณที่เท่ากับชาเขียวสกัดในรูปแคปซูล คุณจะต้องดื่มในปริมาณค่อนข้างมากไม่เพียง เท่านี้คุณยังได้รับสารแทนนิน ที่ทำให้คุณมีอาการท้องผูกได้

 
Home | About Us | Products | Healthy Knowledge | How to order | FAQ? | Contact Us
บริษัทแนทเชอรัล เฮลท์ ฟู้ดส์ จำกัด
120 Moo 11 Ample Tower Bangna-Trad Road Bangna ,Bangna ,Bangkok 10260
Tel. 0-2769-5666 Fax. 0-2769-5733 E-mail info@naturalcare.co.th
Copyright (c) 2005 www.naturalcare.co.th.
All right reserved. Site by Megawecare.com